วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

การดูแลรักษา Notebook



                            การดูแลรักษา Notebook ที่ดี 10 ประการ


1. อย่าใช้งานนานเกินไป
เนื่องจากโน้ตบุ๊คมีพื้นที่ในการระบายความร้อนค่อนข้างจำกัด แม้ในปัจจุบันผู้ผลิตโน้ตบุ๊คจะติดตั้งระบบพัดลมระบาย ความร้อนที่มีประสิทธิภาพแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีความร้อนบางส่วนสะสมอยู่ในภายในเครื่องได้ ซึ่งความร้อนเหล่านี้อาจส่งผล ให้การทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่องมีอายุการใช้งานสั้นลงได้ หากใช้โน้ตบุ๊คไประยะหนึ่ง ประมาณ 5-6 ชั่วโมง หรือรู้สึกว่าตัวเครื่องมีความร้อนสูงพอสมควรแล้ว เราก็ควรปิดเครื่องเพื่อเป็นการพักเครื่องสักระยะหนึ่งก่อนแล้วจึงเปิด ใช้งานใหม่อีกครั้ง น่าจะเป็นการใช้งานที่เหมาะสมกว่า
หรือถ้าท่านมีความจำเป็นที่ต้องใช้งานยาวนานติดต่อกันเป็นประจำ และอยากที่จะดุแลรักษาโน๊ตบุ๊คของท่านไปนานเท่าที่จะทำได้ เพราะแต่ล่ะเครื่องกว่าจะได้มาเลือดตาแทบกระเด็น อิอิ ท่านอาจจะใช้ตัวระบายความร้อนแบบรองใต้ตัว โน๊ตบุ๊คแถมมีพัดลมระบายความร้อยอีกต่างหาก มีไฟด้วย หรูหราไฮโซมาก ดังรูปเลย ราคาก็แล้วแต่ความหรูหรา ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 100 กว่าบาทถึง300-400ครับ
หรือถ้าหากว่าใช้แบบเรียบง่ายแบบเศรษฐกิจพอเพียงละก็ขอแนะนำวิธีการประหยัดและใช้ง่ายได้ดีเหมือนกัน ท่านอาจใช้ยางรองขาตู้ หรือ โต๊ะ ตามรูปเลยครับ หาซื้อได้ตามโฮมโปร โฮมเวิร์ค และที่อื่นๆที่จะสรรหามาได้ ในราคา 4 ตัว ไม่ถึง 50 บาท มารองทั้ง 4 มุม ของโน๊ตบุ๊คก็ใช้งานได้เหมือนกัน
2. การกระทบกระเทือนเป็นศัตรูตัวฉกาจของโน้ตบุ๊ค
เมื่อมีความจำเป็นต้องพกพาโน้ตบุ๊คไปไหนด้วย การใส่โน้ตบุ๊คไว้ในกระเป๋าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันโน้ตบุ๊คจากการ กระทบกระเทือน การกดทับก็เช่นกัน มีผู้ใช้บางรายใส่โน้ตบุ๊คไว้ในกระเป๋าเดินทาง ซี่งอาจทำให้กระเป๋าของเราถูกวางซ้อนจาก กระเป๋าใบอื่นได้ หรืออาจถูกจับโยนจนทำให้จอภาพแตกได้ หากนำไปเข้าศูนย์ แม้จะอยู่ในระยะเวลารับประกันก็ไม่สามารถเคลม ประกันได้ เพราะไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของตัวสินค้า ดังนั้นเวลาเดินทางควรเก็บโน้ตบุ๊คในกระเป๋าถือที่อยู่กับตัวตลอด เวลาดีกว่า
3. แบ็คอัพข้อมูลไว้ก่อน
เนื่องจากอาจมีความบกพร่องทางฮาร์ดแวร์ที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ และไวรัสที่อาจเข้าทำลายข้อมูล ดังนั้นการแบ็คอัพข้อมูล หรือทำการสำรองข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง
4. ไม่ควรเสียบชาร์จแบตเตอรี่ตลอดเวลา
เราควรใช้แบตเตอรี่ให้หมดก่อนจึงจะชาร์จใหม่ เพื่อเป็นการยืดอายุดการใช้งานของแบตเตอรี่ หรือบางรุ่นก็แนะนำว่าทุก 2-3 เดือน ให้ใช้แบตเตอรี่จนหมดหรือเกือบหมดสักครั้งก่อนจะชาร์จใหม่ และสิ่งที่เกี่ยวข้องที่ขาดได้ไม้เลยก็คือ อแดปเตอร์ อย่างแรกคือปลั๊กของอแดปเตอร์ ซึ่งหลายท่านอาจจะมองข้ามไป แค่เสียบติดเป็นอันว่าใช้ได้นั้น บางครั้งไม่ใช่แค่นั้น การเสียบเข้ากับปลั๊กไฟต่างๆตามบ้านหรือตามสำนักงานนั้น ถ้าหากว่าเราเสียบไม่แน่นหรือว่าปลั๊กที่จ่ายไฟมีลักษณะหลวม ก็อาจเป็นสาเหตุให้ อแดปเตอร์ของเราพังได้ง่ายๆเช่นกันถึงแม้จะเป็นของใหม่ เพราะว่าการที่เราเสียบไม่แน่นทำให้เกิดการสปาร์คที่ปลั๊กไฟ และเกิดไฟกระชาก อาจทำให้ฟิวส์ภายในอแดปเตอร์ขาดหรืออุปกรณ์อื่นๆพังได้ในทันที
อีกอย่างเกี่ยวกับ อแดปเตอร์ ส่วนมากสายฝั่งที่เสียบเข้ากับโน๊ตบุ๊คนั้นมักจะเป็นสายเส้นเล็กและขาดได้ง่ายเนื่องจากการใช้งานที่ไม่ระวังเช่นเวลาเก็บสายมักจะดึงสายจากออกจากโน๊ตบุ๊ดแล้วท่านก็ดึงอแดปเตอร์ที่วางอยู่กับพื้นโดยใช้สายของมันเองดึงขึ้นมาน้ำหนักของอแดปเตอร์เมื่อดึงสายบ่อยๆอาจทำให้สายเริ่มขาดได้บริเวณอแดปเตอร์ วิธีการที่จะช่วยป้องกันได้โดยอาจใช้เทปพันสายไฟหรือเทปผ้าติดสันปก พันสายรวมเข้ากับตัวอแดปเตอร์จะช่วยป้องกันสายขาดบริเวณขั้วอแดปเตอร์ได้
5.บำรุงรักษาจอ LCD
· หลีกเลี่ยงการใช้นิ้วหรือของแข็งสัมผัสหน้าจอ เนื่องจากโครงสร้างภายในของจอ LCD ประกอบด้วยชั้นแก้วบางๆ ผลึกคริสตัลเหลว และชั้นโพลาไลซ์กรองแสง ทำให้จอ LCD เป็นจอภาพที่ค่อนข้างบอบบางต่อการกระทบกระเทือน และแรงกด จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้นิ้วมือหรือของแข็ง
· ทำความสะอาดจอภาพอย่างถูกวิธี โดยหาซื้อน้ำยาและผ้าที่ใช้สำหรับทำความสะอาดหน้าจอโดยเฉพาะ หรือถ้าไม่อยาก เสียเงิน จะใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ (เอาแค่ชื้น ๆ อย่าให้น้ำหยดเด็ดขาด) มาเช็ดทำความสะอาดหน้าจอก็ได้ โดยการเช็ด ทำความสะอาด ควรเช็ดอย่างเบามือที่สุด และเช็ดไปในทางเดียวกัน ห้ามเช็ดแบบหมุนวนเด็ดขาด เพราะอาจสร้างรอย ขีดข่วนให้กับจอภาพได้
!!!! ห้ามฉีดน้ำหรือน้ำยาลงบนจอภาพโดยเด็ดขาด ควรฉีดน้ำหรือน้ำยาทำความสะอาดลงบนผ้าก่อนแล้วจึงนำไปเช็ด เพราะหยดหรือละอองน้ำอาจหลุดเข้าไปในช่องลำโพง คีย์บอร์ด และข้อต่อต่างๆ อันอาจส่งผลให้เครื่องเสียหายได้ !!!!
6. ทำความสะอาจโน้ตบุ๊คอยู่เสมอ
เนื่องจากโน้ตบุ๊คเป็นอุปกรณ์ที่มีซอกมีมุมที่ฝุ่นผงมีโอกาสเข้าไปสะสมได้อยู่เสมอ ๆ ไม่ว่าจะเป็นแป้นคีย์บอร์ด ช่องลำโพง หรือข้อต่อต่าง ๆ เป็นต้น อุปกรณ์เสริมที่คุณควรมีก็คือ น้ำยาทำความสะอาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แปรงเล็กๆ หรือหาเครื่อง ดูดฝุ่นขนาดเล็กสักเครื่องไว้ใช้ก็ดี
7. หลีกเลี่ยงสิ่งสกปรก
ขณะใช้โน้ตบุ๊ค เราไม่ควรนำอาหาร น้ำดื่ม เข้ามารับประทานหรือวางใกล้โน้ตบุ๊ค ทั้งนี้เพราะความชื้นรวมถึงเศษอาหาร อาจหลุดเข้าไปทำความเสียหายให้โน้ตบุ๊คได้
9. หลีกเลี่ยงแผ่นดิสก์ที่ไม่สมบูรณ์
เพราะอาจทำให้ไม่สามารถนำแผ่นดิสก์ออกจากไดรว์ไม่ได้
10. อย่าซน
ไม่ควรถอดหรือแคะแกะชิ้นส่วนต่าง ๆ ของโน้ตบุ๊คโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เครื่องเสียหายและหมดประกันได้ ถ้าหากโน้ตบุ๊คมีปัญหาควรส่งศูนย์ซ่อมทันที ไม่ควรพยายามแก้ไขเครื่องด้วยตนเอง

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

แอปเปิ้ล

          








          แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่คนทั่วโลกนิยมบริโภค เพราะแอปเปิ้ลทนทานต่อการขนส่ง เก็บไว้ได้นานจึงเดนิทางไปได้ทั่วโลก ที่สำคัญแอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่มีสีสันชวนรับประทาน เนื้อสัมผัสกรอบ รสชาติอร่อย กินได้ง่าย มีกลิ่นหอม ราคาไม่แพง และมีคุณค่าทางโภชนาการ ที่สำคัญคือไม่ทำให้อ้วน แอปเปิ้ลจึงได้ชื่อว่าเป็น "ราชาแห่งผลไม้ลดน้ำหนัก"


          ถ้าเปรียบเทียบแอปเปิ้ลเขียวกับแอปเปิ้ลแดง พบว่า คุณค่าทางโภชนาการไม่แตกต่างกันมากนัก แต่แอปเปิ้ลแดงมีปริมาณสารแอนโทไซยานิน ที่มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าแอปเปิ้ลเขียว แอปเปิ้ลให้พลังงานที่ค่อนข้างต่ำแหล่งพลังงานของแอปเปิ้ล คือ น้ำตาลฟรักโทสซึ่งเป็นน้ำตาลที่เปลี่ยนไปเป็นพลังงานอย่างช้า ๆ ในร่างกาย ช่วยให้ไม่รู้สึกหิว อิ่มนาน ผลที่ตามมาคือ ระดับน้ำตาลในเลือดจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ จึงเหมาะสำหรับคนเป็นเบาหวาน




          เปลือกและเนื้อของแอปเปิ้ลมีเพกทิน ซึ่งเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ช่วยเพิ่มกากใยในทางเดินอาหาร ทำให้อวัยวะในทางเดินอาหารทำงานเป็นปกติ เพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่าย ช่วยป้องกันท้องผูก ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ และยังช่วยขับโคเลสเตอรอลไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย

          การกินแอปเปิ้ลให้ได้ประโยชน์สูงสุด ก็คือกินแอปเปิ้ลสดและกินทั้งเปลือก แต่ควรล้างให้สะอาดก่อน หากเบื่อที่จะกินแอปเปิ้ลสด ก็ให้นำแอปเปิ้ลไปปั่นเป็นเครื่องดื่มก็ได้ หรือนำแอปเปิ้ลไปเป็นส่วนประกอบของอาหาร ก็จะทำให้ได้อาหารที่หลากหลายมากขึ้น



      แอปเปิ้ล ผลไม้ยอดนิยม นอกจากรูปร่างจะน่ารับประทานแล้ว ยังมีประโยชน์มากมายอีกด้วย แอปเปิ้ลในท้องตลาดมีอยู่หลายสี แต่ละสีก็มีประโยชน์แตกต่างกัน

    หลายคนไม่ชอบทานเปลือกแอปเปิ้ล ซึ่งนั่นผิดมหันต์ เพราะจะทำให้คุณค่าจากสารอาหารที่จะได้รับจากผลไม้ชนิดนี้ ลดลงไปอย่างมาก ประโยชน์ของแอปเปิ้ลที่คุณควรรู้มีดังต่อไปนี้
แอปเปิ้ลที่เห็นตามท้องตลาด มีทั้งเปลือกสีแดง สีชมพู สีเขียว และสีเหลือง แตกต่างกันไปตามแต่ละสายพันธุ์ แต่เนื้อข้างในก็เหมือนกันคือ เป็นเนื้อทรายละเอียดสีขาวนวล ทราบไหมว่า เมื่อรับประทานแอปเปิ้ลโดยไม่ปอกเปลือก 1 ผล จะได้รับพลังงานประมาณ 80 กิโลแคลอรี่ มีวิตามินบี 6 เท่ากับ 0.1 มิลลิกรัม และวิตามินซีมากถึง 7.9 มิลลิกรัม
       นอกจากนั้นยังมีสารเบต้าแคโรทีน และเส้นใยไฟเบอร์ ช่วยในเรื่องของการบำรุงหัวใจ ลดคอเลสเตอรอล ลดความดัน ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ และฆ่าเชื้อไวรัส 

      แต่ถ้าปอกเปลือกปริมาณสารอาหารดังกล่าวก็จะลดลงไปด้วย มีความเชื่อของฝรั่งกล่าวไว้ว่า การรับประทานแอปเปิ้ลวันละผล ช่วยให้ห่างไกลหมอได้ โดยแอปเปิ้ลแต่ละสีก็มีประโยชน์ต่างกันดังนี้


     แอปเปิ้ลแดง มีจุดเด่นที่ดีต่อสุขภาพคือมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์มากที่สุด และยังมีสารอิลาสตินและคอลลาเจนที่ดีต่อสุขภาพผิวด้วย
     แอปเปิ้ลสีชมพู มีสารฟิโนลิกมากที่สุดในบรรดาแอปเปิ้ลด้วยกัน ซึ่งสารนี้ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้าและชะลอความแก่ นอกจากนั้นยังมีฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินซี ทำให้ผนังหลอดเลือดฝอยแข็งแรง ลดการอักเสบ ลดไข้ รวมทั้งช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย
     แอปเปิ้ลสีเหลือง มีประโยชน์ต่างจากสีอื่นๆ โดยมีสารเควอร์ซิตินที่ช่วยลดความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และต้อกระจก
     แอปเปิ้ลสีเขียว มีรสเปรี้ยวอมหวาน ช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนักได้ดี เพราะการกินแอปเปิ้ลสีเขียวนอกจากจะได้รับน้ำตาลน้อยแล้ว ยังมีอิลาสตินและคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดีอีกด้วย


วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

การนั่งสมาธิเบื้องต้น

การนั่งสมาธิเบื้องต้น

      1.กราบบูชาพระรัตนตรัย เป็นการเตรียมตัวเตรียมใจให้นุ่มนวลไว้เป็นเบื้องต้น แล้วสมาทานศีลห้า หรือศีลแปด เพื่อย้ำความมั่นคงในคุณธรรมของตนเอง
 
      2.คุกเข่าหรือนั่งพับเพียบสบายๆ ระลึกถึงความดีที่ได้กระทำไว้ดีแล้วในวันนี้ ในอดีต และที่จะตั้งใจทำต่อไปในอนาคต จนราวกับว่า ร่างกายทั้งหมดประกอบขึ้นด้วยธาตุแห่งคุณงามความดีล้วนๆ
 
      3.นั่งขัดสมาธิ เท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้าย นิ้วชี้ของมือข้างขวาจรดนิ้วหัวแม่มือข้างซ้าย นั่งให้อยู่ในท่าที่พอดี ไม่ฝืนร่างกายมากจนเกินไป ไม่ถึงกับเกร็ง แต่อย่าให้หลังโค้งงอ หลับตาพอสบายคล้ายกับกำลังพักผ่อน ไม่บีบกล้ามเนื้อตาหรือขมวดคิ้ว แล้วตั้งใจมั่น วางอารมณ์สบาย สร้างความรู้สึกให้พร้อมทั้งกายและใจว่า กำลังเข้าไปสู่สภาวะแห่งความสงบ สบายอย่างยิ่ง
 
       4.นึกกำหนดนิมิต เป็น ดวงกลมใส ขนาดเท่าแก้วตาดำ ใสบริสุทธิ์ ปราศจากรอยตำหนิใดๆ ขาวใส เย็นตา เย็นใจ ดังประกายของดวงดาว ดวงแก้วกลมใสนี้เรียกว่า บริกรรมนิมิต นึกสบายๆ นึกเหมือนดวงแก้วนั้นมานิ่งสนิทอยู่ ณ ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ด นึกไปภาวนาไปอย่างนุ่มนวล เป็นพุทธานุสติว่า สัมมา อะระหัง หรือค่อยๆน้อมนึกดวงแก้วกลมใสให้ค่อยๆเคลื่อนเข้าสู่ศูนย์กลางกายตามแนวฐาน โดยเริ่มต้นตั้งแต่ฐานที่หนึ่งเป็นต้นไป น้อมนึกอย่างสบายๆ ใจเย็นๆ ไปพร้อมๆกับคำภาวนา
 
 
ข้อแนะนำในการนั่งสมาธิ  
         ข้อแนะนำ คือ ต้องทำให้สม่ำเสมอเป็นประจำ ทำเรื่อยๆ ทำอย่างสบายๆ ไม่เร่ง ไม่บังคับ ทำได้แค่ไหนให้พอใจแค่นั้น ซึ่งจะเป็นการป้องกันมิให้เกิดความอยากจนเกินไป จนถึงกับทำให้ใจต้องสูญเสียความเป็นกลาง และเมื่อการฝึกสมาธิบังเกิดผลจนได้ดวงปฐมมรรค ที่ใสเกินใส สวยเกินสวย ติดสนิทมั่นคงที่ศูนย์กลางกายแล้ว ให้หมั่นตรึกระลึกถึงอยู่เสมออย่างนี้แล้ว ผลแห่งสมาธิจะทำให้ชีวิตดำรงอยู่บนเส้นทางแห่งความสุข ความสำเร็จ และความไม่ประมาทตลอดไป ทั้งยังจะทำให้สมาธิละเอียดลุ่มลึกไปตามลำดับอีกด้วย 

เทคนิคเบื้องต้นในการนั่งสมาธิ 

 1. หลับตาเบาๆ ผนังตาปิด 90%

 
2. อย่าบังคับใจ เพียงตั้งสติ วางใจเบาๆ ณ ศูนย์กลางกาย กำหนดนิมิตเป็น...
 
ดวงแก้วใสๆ...เบาๆ
องค์พระใสๆ...เบาๆ
ลมหายใจ เข้า-ออก...เบาๆ
อาการท้อง พอง-ยุบ...เบาๆ
เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง
 
3. กำหนดนิมิต นึกนิมิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นกุศโลบายล่อใจให้เข้ามาตั้งมั่นในกาย
 
4. เมื่อใจเข้ามาหยุดนิ่งในกาย การกำหนดนิมิตก็หยุดโดยอัตโนมัติ
 
5. รับรู้การเปลี่ยนแปลงภายในกายและจิตใจ ด้วยความสงบ
 
6. อยู่ในความดูแลของกัลยาณมิตรอย่างใกล้ชิด

 

ข้อปฏิบัติในการใช้ห้องสมุด


         ห้องสมุดเป็นศูนย์กลางการให้บริการทรัพยากรสารสนเทศ เป็นหน่วยงานบริการ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้จำนวนมาก ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้รับบริการ ห้องสมุดจึงต้องมีระเบียบ เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติ อันจะทำให้เกิดความเสมอภาค ในขณะเดียวกัน ผู้รับบริการก็จะต้องมีมารยาท ให้เกียรติแก่สถานที่ด้วย มารยาทในการใช้ห้องสมุดจึงเป็นสิ่งจำเป็น ที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากผู้เข้าใช้บริการ เพื่อให้บรรยากาศในห้องสมุดมีความเรียบร้อยน่าเข้าใช้บริการ ความหมายของระเบียบและมารยาทการใช้ห้องสมุด สรุปได้ดังนี้
 
ข้อปฏิบัติในการใช้ห้องสมุด

 1.    ผู้เข้าใช้บริการจะต้องแต่งตัวสุภาพเรียบร้อย 
 2.    นำสิ่งของกระเป๋าหนังสือไว้ที่ชั้นวางของ
 3.    ไม่นำอาหาร  ขนม  ลูกอม  เข้าไปรับประทานในห้องสมุด
 4.    สำรวมกริยา  วาจา  ไม่ส่งเสียงรบกวนผู้อื่น
 5.    วารสาร  หนังสือพิมพ์  เทื่ออ่านเสร็จแล้วให้นำไปเก็บไว้ที่เดิม  หนังสือวางไว้บนโต๊ะ
 6.    ห้ามตัดภาพข้อความจากหนังสือวารสาร  หนังสือพิมพ์โดยเด็ดขาด
 7.    ห้ามขีดเขียนต่อ เติมลงในหนังสือของห้องสมุด
 8.    ทุกครั้งที่ลุกจากที่นั่งควรเลื่อนเก้าอี้เก็บไว้ที่เดิม

 


ระเบียบ หมายถึง ข้อบังคับที่จะให้ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้สังคมอยู่อย่างสงบสุขและเป็นธรรม ผู้ฝ่าฝืนจะได้รับโทษ

มารยาท
หมายถึง ข้อพึงปฏิบัติ โดยเกิดจากสำนึกรู้จักการควรไม่ควรของผู้นั้นเอง

ระเบียบและมารยาทการใช้ห้องสมุด
หมายถึง ข้อบังคับที่จะให้ปฏิบัติหรือข้อพึงปฏิบัติ โดยเกิดจากจิตสำนึกที่ดีในการปฏิบัติตนของผู้ใช้บริการ เพื่อความสงบเรียบร้อยเมื่อเข้าใช้บริการห้องสมุด

 

วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ฐานข้อมูลออฟไลน์ด้านวิทยาศาสตร์



ฐานข้อมูลออฟไลน์ด้านวิทยาศาสตร์


1ฐานข้อมูล Nursing & Allied Health       
     ให้รายละเอียดทางบรรณานุกรม ทางด้านการพยาบาล และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เช่น สาธารณสุขศึกษา การตรวจเชื้อโรคในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ระเบียนการรักษาพยาบาล การเฝ้าระวังโรค ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 - 1994, 1997- 2000


2 ฐานข้อมูล Food Science

      ให้ข้อมูลทางบรรณานุกรม และสาระสังเขป ของวารสาร มาตรฐาน สิทธิบัตรวิทยานิพนธ์และรายงานการประชุมฯ ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอาหาร โภชนาการ ชีวเทคโนโลยีและวิศวกรรมอาหาร


 

3ฐานข้อมูล Life Science  

       ให้ข้อมูลทางบรรณานุกรม และสาระสังเขปของวารสาร ทางด้านวิทยาศาสตร์ ชีวภาพ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เช่น พฤติกรรมสิ่งมีชีวิต ชีวเคมี เนื้อเยื่อวิทยา สิ่งแวดล้อม กีฏวิทยา พันธุกรรมศาสตร์ จุลชีววิทยา พิษวิทยา ภูมิคุ้มกัน ตั้งแต่ปี ค.ศ.  1996 -2002/03 


 4ฐานข้อมูล Chemistry Citation Index 1991 - 2000 

       เป็นฐานข้อมูลย่อยในกลุ่มของ Science Citation Index ซึ่งผลิตโดย Institute for Scientific Information (ISI) มีลักษณะเป็นฐานข้อมูลบรรณานุกรมพร้อมบทคัดย่อ จัดทำในรูปแบบ CD-ROM ตั้งแต่ปี 1991 ถึงปัจจุบัน และปรับปรุงข้อมูลทุก เดือน ครอบคลุมวารสารหลักในสาขาเคมี จำนวน300 ชื่อ และบทความวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสาขาเคมี ที่คัดเลือกมาจากวารสารอื่นๆ ในสาขาวิทยาศาสตร์ จากฐานข้อมูลScience Citation Index (SCI) ประมาณ 7,000 ชื่อ



5ฐานข้อมูล Biotechnology Citation Index 1991 - 2001                                              เป็นฐานข้อมูลย่อยในกลุ่มของ Science Citation Index ซึ่งผลิตโดย Institute for Scientific Information (ISI) มีลักษณะเป็นฐานข้อมูลบรรณานุกรมพร้อมบทคัดย่อ จัดทำในรูปแบบ CD-ROMตั้งแต่ปี 1991 ถึงปัจจุบัน และปรับปรุงข้อมูลทุก เดือน ครอบคลุมวารสารหลักในสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ จำนวน150 ชื่อ และบทความวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ ที่คัดเลือกมาจากวารสารอื่นๆ ในสาขาวิทยาศาสตร์ จากฐานข้อมูล Science Citation Index (SCI) ประมาณ7,000 ชื่อ

ฐานข้อมูลออนไลน์ด้านวิทยาศาสตร์



ฐานข้อมูลออนไลน์ด้านวิทยาศาสตร์

   Computers & Applied Sciences Complete  (EbscoHost)
         ครอบคลุมสาขาวิชาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ให้ข้อมูลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1965-ปัจจุบัน มีการเก็บรวบรวมข้อมูลความรู้ความท้าทายทางวิศวกรรมแบบดั้งเดิมและงานวิจัย และเป็นทรัพยากรเพื่องานวิจัยที่ส่งผลกระทบทางธุรกิจและสังคมของเทคโนโลยีใหม่ CASC มีดัชนีและสาระสังเขปจากจำนวนวารสารมากกว่า 2,200 รายชื่อ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลฉบับเต็มจากวารสารมากกว่า 1,020 ชื่อเรื่อง ครอบคลุมสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ทฤษฎีและระบบคอมพิวเตอร์ ระบบเทคโนโลยีใหม่ 



    IEEE/IET Electronic Library (IEL)   
         สิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง เอกสารการประชุม และเอกสารมาตรฐาน ทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จาก 2 แหล่ง คือ The Institute of Electrical and Electronics Engineers (IEEE) และ The Institution of Engineering and Technology (IET) ประกอบด้วยเอกสารมากกว่า 1.2 ล้านจากสิ่งพิมพ์มากกว่า 12,000 ชื่อ ดูเอกสารฉบับเต็มได้ในช่วงปี 1988-ปัจจุบัน



   Ebrary 
    ฐานข้อมูลหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book ) มีเนื้อหาครอบคลุมสาขาวิชาทางด้านแพทยศาสตร์ พยาบาล เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เป็นต้น จากหลายสำนักพิมพ์ทั่วโลก มีหนังสือมากกว่า 100 รายการ สามารถ Download, Copy, Print, มี Dictionary และแปลเป็นภาษาต่าง ๆได้ รวมถึงสามารถ Link ไปยังแหล่งทรัพยากรอื่น ๆได้อีกด้วย พร้อมเครื่องมือการใช้ต่าง ๆ




   iG Publishing: American Society of Health-Systems Pharmacist (ASHP)         ฐานข้อมูลหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) ของ iG Publishing มีเนื้อหาครอบคลุมสาขาวิชาเภสัชศาสตร์ สาธารณสุข
วิทยาศาสตร์สุขภาพ  เป็นต้น มีสมาชิกเป็นผู้เชียวชาญเกี่ยวกับองค์กรเภสัชกรรม เภสัชกร พยาบาลอาชีพเป็นสมาชิกอยู่ทั่วโลก สามารถ Copy, Print, Download, แปลเป็นภาษาต่าง ๆ ได้ พร้อมทั้ง Dictionary  และ Function การใช้งานอื่น ๆ (ระยะเวลาเข้าใช้ 2 ก.ค. 55- 1 ก.ค. 56)




   Uptodate         ฐานข้อมูลทางการแพทย์ ให้ความรู้ทางคลีนิกเฉพาะที่ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจที่เหมาะสมในการรักษา เนื้อหาเขียนโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากกว่า 4,800 คน รวมทั้งมีกองบรรณาธิการพิจารณาเนื้อหาเพื่อคุณภาพและความถูกต้อง



  วิธีการดูแลรักษารองเท้า 


      ของสำคัญคู่กายในชีวิตประจำวัน ที่นอกจากจะช่วยป้องกันเท้าสวยไม่ให้บาดเจ็บจากการเดินการวิ่ง ยังถือเป็นอีกสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างบุคลิกให้คุณมั่นใจ ดูสวยสง่าขึ้นง่ายๆ จึงไม่น่าแปลกใจเลย ที่สาวกระเป๋าหนักหลายคน จะทุ่มเงินซื้อรองเท้าราคาหลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่น! มาสวมเดินเพลินอารมณ์

      ของสำคัญคู่กายในชีวิตประจำวัน ที่นอกจากจะช่วยป้องกันเท้าสวยไม่ให้บาดเจ็บจากการเดินการวิ่ง ยังถือเป็นอีกสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างบุคลิกให้คุณมั่นใจ ดูสวยสง่าขึ้นง่ายๆ จึงไม่น่าแปลกใจเลย ที่สาวกระเป๋าหนักหลายคน จะทุ่มเงินซื้อรองเท้าราคาหลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่น! มาสวมเดินเพลินอารมณ์
      
 

“ปัญหาเกี่ยวกับรองเท้าที่ลูกค้าพบมาก และมาใช้บริการกับทางร้าน ในส่วนของรองเท้าผู้หญิงจะมาด้วยอาการส้นรองเท้าพัง ส้นถลอก จุกส้นรองเท้าหลุด และส่วนของผู้ชาย ที่ลูกค้านำมาให้ร้านเราดูแลเยอะที่สุดจะเป็นรองเท้าสนี๊กเกอร์ (Sneaker = รองเท้าผ้าใบส้นยาง) ที่นำมาเปลี่ยนพื้นรองเท้า” กูรู สิรัชชา เกริ่นให้ทราบถึงปัญหารองเท้าที่ลูกค้าร้านเธอ พบเจอกันเป็นประจำ
      
       
ผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าอธิบายต่อว่า โดยทั่วไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าที่ทำจากหนังวัว หนังแกะ หรือผ้าใบ จะมีอายุการใช้งานประมาณ 2 ปี หลังจากนั้น หนังของรองเท้าจะเริ่มเสื่อม กาวเริ่มหมดคุณภาพ จึงถึงเวลาปลดระวางรองเท้าคู่เก่ากัน ทว่ารองเท้าหลายคู่กลับมีอายุการใช้งานสั้นกว่านั้น เนื่องมาจากการเก็บรักษา หรือทำความสะอาดไม่ถูกวิธี กูรูหน้าสวยจึงจัดเต็มวิธีดูแลรองเท้าแต่ละประเภทมาให้
       หนังกลับ-หนังแกะ สวยเท่ห์ แต่ดูแลยาก

       คุณมินอธิบายถึงรองเท้าประเภทแรกที่เรียกได้ว่าสวยเท่ห์ แต่ดูแลค่อนข้างยาก นั่นคือ รองเท้าหนังกลับ และรองเท้าหนังแกะ
      
       
“พวกหนังกลับ จะดูแลยากมาก เมื่อใส่รองเท้าขับรถ ปัญหาที่พบบ่อยก็คือ ส้นรองเท้า กับหน้ารองเท้าจะดำ และตัวหนังกลับทำความสะอาดยากมาก แม้กระทั่งหากมาทำที่ร้านเรา ถ้าจะดูดสิ่งสกปรกออกมาจากรองเท้าให้หมด เราต้องมีการลงน้ำยาทำความสะอาดบางๆ ค่อยๆ ทำหลายครั้งมาก..กว่าจะทำความสะอาดได้หมด เช่นเดียวกับหนังแกะ ซึ่งจะคล้ายกับหนังกลับ ตรงที่มีความนิ่มอยู่ในตัว ถ้าลงน้ำยาทำความสะอาดไม่ดี สีก็จะหลุด หนังแกะเป็นสีที่หลุดง่ายที่สุดในบรรดาหนังทุกชนิด
      
       
สำหรับการดูแลเบื้องต้น เมื่อเกิดคราบเปื้อนเล็กๆ น้อยๆ ถ้าเป็นหนังแกะ อาจเอาผ้าชุบน้ำอุ่นไม่ต้องลงน้ำยา เช็ดบางๆ คราบสกปรกก็จะหลุดอยู่แล้ว แต่ต้องใช้น้ำอุ่นเท่านั้นนะคะ เพราะน้ำเย็นจะทำลายสี ส่วนหนังกลับ ถ้าจะดูแลเองเกือบไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงแนะนำเบื้องต้นว่า ให้หลีกเลี่ยงน้ำ อย่าไปลุยน้ำจังๆ หากฝนตก ให้เปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะจะดีกว่า เพราะหนังกลับเขาดูแลรักษายากจริงๆ"
       หนังวัว-หนังแก้ว ดูแลไม่ยาก แต่ต้องระวังการเก็บรักษา

       รองเท้าหนังวัวและรองเท้าหนังแก้ว ถือเป็นรองเท้าอีกประเภทที่สาวเราใช้กันมาก และการดูแลรักษาก็ไม่ยากเย็น เพียงแต่ต้องคำนึงถึงการเก็บรักษาให้เหมาะสมเสียหน่อย
      
       
“หนังวัว..ดูแลง่ายที่สุด เบื้องต้นคือ เมื่อกลับเข้ามาบ้าน ถ้าจะเช็ดทำความสะอาด ก็อย่าใช้น้ำยาที่มีความรุนแรงสูง เพราะหากน้ำยามีความรุนแรง พอเช็ดไปแล้วจะเกิดเป็นรอยด่าง พอเกิดรอยด่างจะแก้ไขได้ยาก ต้องเอามาให้ที่ร้านทำสีอย่างเดียวเท่านั้น เราจึงแนะนำว่า ให้ใช้นำอุณหภูมิปกติ เช็ดทำความสะอาดแค่นั้นคราบสกปรกก็ออกแล้ว”
      
       
ทว่าแม้จะทำความสะอาดง่าย แต่มักเกิดรอยยับรอยย่นขึ้นกับรองเท้าหนังวัว คุณมินจึงให้วิธีแก้ริ้วรอยมาว่า
      
       
“ถ้าจะลบรอยด้วยตัวเอง ให้หาฟองน้ำนุ่มเนื้อละเอียด เช่น ฟองน้ำสำหรับเกลี่ยรองพื้น มาลงน้ำยาสำหรับหนังชนิดนั้นๆ แล้วหมุนวนไปช้าๆ เบาๆ ก็จะช่วยลดรอยเบื้องต้นได้ แต่ข้อสำคัญคือ ฟองน้ำต้องนิ่มมาก และเวลาทำต้องใจเย็น ค่อยๆ ทำ”
      
       
ส่วนรองเท้าหนังแก้ว การดูแลรักษาความสะอาดก็สามารถทำได้เช่นเดียวกับหนังวัว แต่ต้องใส่ใจให้มากในเรื่องการเก็บรักษาค่ะ
      
       
“หนังแก้วจะมีการดูดสีง่ายที่สุด หนังแก้วกับพลาสติก วางใกล้กันเมื่อไหร่ สีจะดูดเข้าไป กลายเป็นเรื่องใหญ่มาก ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากทำสีใหม่ ซึ่งการทำสีหนังแก้ว ก็จะมีราคาสูงกว่าการทำสีแบบอื่นๆ ด้วย ดังนั้นจึงต้องเข้มงวดกับการเก็บรักษา นั่นคือ อย่าวางรองเท้าหนังแก้ว ติดกับรองเท้าคู่อื่นๆ ถ้าต้องวางรวมกับคู่อื่น ก็ควรเอากระดาษห่อรองเท้าหนังแก้วไว้ รวมถึงไม่ควรเก็บลงกล่องรองเท้าที่อับ ไม่มีการระบาย เพราะจะยิ่งทำให้รองเท้าประเภทนี้อับ บวม และสามารถเปลี่ยนสีได้ง่าย”
       รองเท้าผ้าใบ ซักเองง่ายๆ แต่ต้องใจเย็น

       “รองเท้าที่ลูกค้าจะดูแลเองได้ง่ายที่สุดคือผ้า เพราะมันง่ายต่อการซักด้วยตัวเอง แต่ก็ต้องระวังเรื่องของการเปลี่ยนสี โดยเฉพาะรองเท้าสีขาว ที่อาจเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้ การห่อกระดาษทิชชู่ขณะตาก ก็จะช่วยลดอัตราการเปลี่ยนสีรองเท้าจากสีขาวเป็นสีเหลืองได้ นอกจากนี้การซักก็ต้องห้ามซักโดนบริเวณขอบยาง เพราะตรงนั้นจะมีรอยกาวด้านข้างอยู่ หากไปซักโดนมันอาจจะหลุดออกมาโดนผ้า และกลายเป็นรอยกาวสีเหลืองได้”
      
       
หมอรองเท้าคนสวยอธิบายต่อว่า การซักรองเท้าที่ทำจากผ้า ควรนำสบู่อ่อนๆ ผสมน้ำ แล้วใช้แปรงสีฟันถูทีละเล็กทีละน้อย ข้อสำคัญคือ ต้องทำอย่างใจเย็น มิเช่นนั้น อาจเกิดผลเสียเกินคาด
      
       
“การซักรองเท้าผ้า ให้เอาสบู่อ่อนๆ เช่น สบู่เด็กผสมน้ำแค่นั้นก็พอแล้ว แต่ถ้าจะใช้เป็นผงซักฟอก ก็ต้องผสมน้ำเยอะๆ และสิ่งสำคัญคือ แปรงที่ใช้ขัด คนชอบเข้าใจว่า ยิ่งแปรงหัวแข็งเท่าไหร่ ยิ่งเอาความสกปรกออกได้เยอะเท่านั้น จริงๆ มันจะส่งผลให้ด้ายรัน เกิดเป็นรอยถลอกได้ ซึ่งหลายคนเข้าใจว่า ผ้าถลอกไม่ได้ แต่จริงๆ ผ้าถลอกได้ และซ่อมไม่ได้ จะไม่เหมือนหนัง เพราะหนังจะสามารถหาลักษณะหนังใกล้เคียงมาเย็บ หรือทำสีให้มันใกล้เคียงได้ แต่พอเป็นผ้า มันเป็นการทอของแต่ละโรงงาน ซึ่งเราหาเนื้อผ้ามาปะเข้าไปไม่ได้แน่นอน เช่น สมมุติเป็นผ้าที่มีโลโก้ของยี่ห้อ Gucci เราก็ไม่สามารถหาผ้าทอที่เหมือนได้อยู่แล้ว ถ้าเราต้องไปเอาผ้าที่ใกล้เคียงกันมาเปลี่ยน มันก็ออกมาไม่สวยอยู่ดี
      
       
แปรงที่ใช้ขัด ควรเป็นแปรงสีฟันหัวนิ่มๆ ค่อยๆ ทำ เพราะการขัดรองเท้าต้องใจเย็น ถ้าใจร้อนรองเท้ามันจะถลอกหมด และน้ำอาจจะเยิ้มจนกาวที่ขอบออกมาโดนเนื้อผ้า และที่สำคัญคือ ไม่ควรตักน้ำราดลงบนรองเท้าเด็ดขาด ให้ค่อยๆ แปรงทีละนิด เช่น ตักน้ำมา 1 ขันเอาแปรงสีฟันจุ่มน้ำสบู่ แล้วค่อยๆ ถูไปทีละนิด นอกจากนี้ยังควรสังเกตดูด้วยว่า หากเป็นด้ายคนละสีก็ต้องทำความสะอาดทีละส่วน เช่น หากมีขอบด้ายสีดำ ก็ต้องเว้นขอบสีดำนั้นไว้ก่อน อย่าแปรงรวมกัน ไม่อย่างนั้นสีดำอาจจะไปติดด้ายสีขาว”
      
       
นอกจากนั้น ต้องใส่ใจไปถึงกรรมวิธีการตากด้วย
      
       
“การตากให้แห้ง ไม่แนะนำให้ตากแดดแรง หลายคนเข้าใจว่าตากแดดแรง เพื่อลดกลิ่น แต่ความจริงคือ มันจะทำให้รองเท้าเหลือง ที่แนะนำคือ ควรตากแดดอ่อนๆ เท่านั้น ส่วนพื้นรองเท้า สามารซักเองได้ที่บ้าน โดยงัดพื้นออกมาทำความสะอาดได้เลย และสามารถตากแดดแรงได้ เพราะแม้สีจะซีดไปบ้าง ก็ไม่มีผลต่อการมองเห็นอยู่แล้ว ดังนั้นก็สามารถตากแดดลดกลิ่นได้เต็มที่ ในส่วนของพื้นรองเท้า” เจ้าของร้านโมโมโกะ อธิบายเกร็ดเล็กๆ ในการทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบให้สะอาดเนี้ยบนิ้ง